การจดทะเบียนบริษัทหนังสือบริคณห์สนธิ

Posted by admin on 25 ส.ค. 2010 | Tagged as: ไม่มีหมวดหมู่

ก่อนจดทะเบีนบริษัทต้องจดทหนังสือบริคณห์สนธิ

ข้อมูลที่ต้องใช้
ในการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ผู้ขอจดทะเบียนบริษัทจะต้องเตรียมข้อมูลดังต่อไปนี้ เพื่อกรอกในคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบการจดทะเบียน
1. ชื่อของบริษัท
2. ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ( ตั้งอยู่ ณ จังหวัดใด )
3. วัตถุประสงค์ของบริษัท
4. ทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น
5. ชื่อ ที่อยู่ อายุ อาชีวะ จำนวนหุ้นของผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัทซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน
6. ชื่อ ที่อยู่ อายุ สัญชาติ ของพยาน 2 คน
7. อากรแสตมป์ 200 บาท
การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน
การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ผู้เริ่มก่อการทุกคนจะต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง โดยเฉพาะผู้เริ่มก่อการซึ่งเป็นผู้ขอจดทะเบียน จะต้องมาลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนต่อหน้านายทะเบียนพร้อมแสดงบัตรประจำตัว หรือลงลายมือชื่อต่อหน้าพนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในท้องถิ่นที่ผู้ลงลายมือชื่อมีภูมิลำเนา หรือสามัญสมาชิกหรือวิสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภาก็ได้

จดทะเบียนบริษัท

For more content, please visit จดทะเบียนบริษัทไม่จดบริคณห์สนธิไม่ได้.

จดทะเบียนบริษัทแล้วสิ่งที่ต้องรู้เอาไว้ก่อนที่จะทำผิด

Posted by admin on 25 ส.ค. 2010 | Tagged as: ไม่มีหมวดหมู่

รู้ก่อนจดทะเบียนบริษัทจะได้ไม่ต้องทำผิด

อ่านคำแนะนำก่อนจะจดทะเบียนบริษัทการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายของบริษัทจดทะเบียนบริษัทจำกัด
ป้ายชื่อ ดวงตรา และเอกสารของบริษัทฯจดทะเบียนบริษัท จะต้องมีคำว่า “บริษัท” ไว้หน้าชื่อและคำว่า “จำกัด” ไว้ท้ายชื่อ และให้มีป้ายชื่อไว้ ณ สถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ และหากเป็นที่ตั้งสำนักงานสาขาก็ต้องจัดให้มีป้ายชื่อไว้เช่นเดียวกัน โดยระบุว่าเป็น “สาขา” ไว้เช่นเดียวกัน
แสดงใบสำคัญการจดทะเบียนบริษัท ไว้ ณ สำนักงานแห่งใหญ่ ในลักษณะที่เห็นได้ง่ายและชัดเจน
จัดทำใบหุ้นมอบให้แก่ผู้ถือหุ้น มีข้อความที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
จัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเก็บไว้ ณ สำนักงานแห่งใหญ่ ตามที่จดทะเบียนไว้ และลงรายการในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นตามที่กฎหมายกำหนด
จัดให้มีการประชุมผู้ถือ หุ้นภายใน 6 เดือน นับแต่ได้จดทะเบียนบริษัทจัดตั้งบริษัท ฯ และต่อไปให้มีการประชุมอย่างน้อย 1 ครั้งในทุกระยะ 12 เดือน
จดบันทึกรายงานการประชุม และข้อมติทั้งหมดของที่ประชุมผู้ถือหุ้น และของที่ประชุมกรรมการให้ถูกต้อง และเก็บไว้ ณ สำนักงานของบริษัทที่ได้จดทะเบียนบริษัทไว้
จัดทำสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันประชุมผู้ถือหุ้น (อนุมัติงบดุล) ส่งต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุม
จัดให้มีการทำบัญชีตามประเภทของการประกอบธุรกิจ โดยมีรายละเอียดหลักเกณฑ์ และวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
การจัดทำบัญชี บริษัทต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ บริษัทต้องควบคุมดูแลผู้ทำบัญชีให้จัดทำบัญชีให้ตรงต่อความเป็นจริง และถูกต้องตาม กฎหมายโดยบัญชีของบริษัทต้องแสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการ เปลี่ยนแปลงฐานะการเงินตามความเป็นจริง และตามมาตรฐานการบัญชี
เริ่มทำบัญชีนับแต่วันที่ได้รับการจด ทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย โดยมีชนิดของ บัญชีข้อความและรายการในบัญชี ระยะเวลาในการลงรายการในบัญชี และเอกสาร ประกอบการลงบัญชีตามที่กฎหมายกำหนด
ปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือน นับแต่วันที่มีหน้าที่จัดทำบัญชี และปิดบัญชีครั้งต่อไป ทุกรอบ 12 เดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน และในกรณีบริษัทมีข้อบังคับระบุรอบปีบัญชีไว้ บริษัทจะต้องปิดบัญชีตามข้อบังคับนั้น
จัดทำงบการเงิน โดยมีรายการย่อตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของ รัฐมนตรีและจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็น
นำส่งงบการเงินภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่งบการเงินได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นของ บริษัท การนำส่งงบการเงินของบริษัท ให้ดำเนินการดังนี้
(5.1) กรณีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ส่งต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ กรมทะเบียนการค้า
(5.2) กรณีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดอื่น ให้ส่งต่อสำนักงานทะเบียน การค้าจังหวัดนั้น หรือส่งต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ กรมทะเบียนการค้า
เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลง บัญชีไว้ ณ สถานที่ทำการ หรือสถานที่ที่ใช้เป็นที่ทำการผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำ หรือสถานที่ที่ใช้เป็นที่ทำงานเป็นประจำ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี กรณีที่จำเป็นในการตรวจสอบบัญชี อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีอาจกำหนดให้เก็บรักษาบัญชีไว้เกิน 5 ปีแต่ไม่เกิน 7 ปีก็ได้
การดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายก่อน มีดังนี้
(1) ขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชี
(2) ขออนุญาตเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้นอกสถานที่ประกอบธุรกิจ
(3) แจ้งบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย
การเปลี่ยนแปลงที่บริษัทมหาชนจำกัดต้องไปจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมต่อนายทะเบียน ได้แก่
(1) การเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ว (เพิ่มทุน/ลดทุน)
(2) การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของบริษัท
(3) การเปลี่ยนแปลงดวงตราของบริษัท
(4) การเปลี่ยนแปลงกรรมการเข้า/ออก
(5) การเปลี่ยนแปลงชื่อและจำนวนกรรมการ ซึ่งมีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทและ ข้อจำกัดอำนาจกรรมการ
(6) การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ และ/หรือสำนักงานสาขา
(7) การเปลี่ยนแปลงรายการอื่นๆ ที่เห็นสมควรให้ประชาชนทราบ
การเลิกบริษัทมหาชนจำกัด ต้องไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเช่นกัน โดยดำเนินการตามขั้นตอน หลักเกณฑ์ และวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด จนเสร็จสิ้นการชำระบัญชี และบริษัทมหาชนจำกัด ต้องไปจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนด้วย จึงจะถือว่าบริษัทมหาชนจำกัด นั้นเลิกกิจการตามผลของกฎหมายโดยสมบูรณ์

จดทะเบียนบริษัท

For more article, please visit จดทะเบียนบริษัทไม่ศึกษาไม่ได้.

จดทะเบียนบริษัทแล้วสิ่งที่ต้องรู้เอาไว้ก่อนที่จะทำผิด

Posted by admin on 25 ส.ค. 2010 | Tagged as: ไม่มีหมวดหมู่

จดทะเบียนบริษัทแล้วต้องทำให้ถูกต้อง

อ่านคำแนะนำก่อนจะจดทะเบียนบริษัทการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายของบริษัทจดทะเบียนบริษัทจำกัด
ป้ายชื่อ ดวงตรา และเอกสารของบริษัทฯจดทะเบียนบริษัท จะต้องมีคำว่า “บริษัท” ไว้หน้าชื่อและคำว่า “จำกัด” ไว้ท้ายชื่อ และให้มีป้ายชื่อไว้ ณ สถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ และหากเป็นที่ตั้งสำนักงานสาขาก็ต้องจัดให้มีป้ายชื่อไว้เช่นเดียวกัน โดยระบุว่าเป็น “สาขา” ไว้เช่นเดียวกัน
แสดงใบสำคัญการจดทะเบียนบริษัท ไว้ ณ สำนักงานแห่งใหญ่ ในลักษณะที่เห็นได้ง่ายและชัดเจน
จัดทำใบหุ้นมอบให้แก่ผู้ถือหุ้น มีข้อความที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
จัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเก็บไว้ ณ สำนักงานแห่งใหญ่ ตามที่จดทะเบียนไว้ และลงรายการในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นตามที่กฎหมายกำหนด
จัดให้มีการประชุมผู้ถือ หุ้นภายใน 6 เดือน นับแต่ได้จดทะเบียนบริษัทจัดตั้งบริษัท ฯ และต่อไปให้มีการประชุมอย่างน้อย 1 ครั้งในทุกระยะ 12 เดือน
จดบันทึกรายงานการประชุม และข้อมติทั้งหมดของที่ประชุมผู้ถือหุ้น และของที่ประชุมกรรมการให้ถูกต้อง และเก็บไว้ ณ สำนักงานของบริษัทที่ได้จดทะเบียนบริษัทไว้
จัดทำสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันประชุมผู้ถือหุ้น (อนุมัติงบดุล) ส่งต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุม
จัดให้มีการทำบัญชีตามประเภทของการประกอบธุรกิจ โดยมีรายละเอียดหลักเกณฑ์ และวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
การจัดทำบัญชี บริษัทต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ บริษัทต้องควบคุมดูแลผู้ทำบัญชีให้จัดทำบัญชีให้ตรงต่อความเป็นจริง และถูกต้องตาม กฎหมายโดยบัญชีของบริษัทต้องแสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการ เปลี่ยนแปลงฐานะการเงินตามความเป็นจริง และตามมาตรฐานการบัญชี
เริ่มทำบัญชีนับแต่วันที่ได้รับการจด ทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย โดยมีชนิดของ บัญชีข้อความและรายการในบัญชี ระยะเวลาในการลงรายการในบัญชี และเอกสาร ประกอบการลงบัญชีตามที่กฎหมายกำหนด
ปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือน นับแต่วันที่มีหน้าที่จัดทำบัญชี และปิดบัญชีครั้งต่อไป ทุกรอบ 12 เดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน และในกรณีบริษัทมีข้อบังคับระบุรอบปีบัญชีไว้ บริษัทจะต้องปิดบัญชีตามข้อบังคับนั้น
จัดทำงบการเงิน โดยมีรายการย่อตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของ รัฐมนตรีและจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็น
นำส่งงบการเงินภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่งบการเงินได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นของ บริษัท การนำส่งงบการเงินของบริษัท ให้ดำเนินการดังนี้
(5.1) กรณีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ส่งต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ กรมทะเบียนการค้า
(5.2) กรณีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดอื่น ให้ส่งต่อสำนักงานทะเบียน การค้าจังหวัดนั้น หรือส่งต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ กรมทะเบียนการค้า
เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลง บัญชีไว้ ณ สถานที่ทำการ หรือสถานที่ที่ใช้เป็นที่ทำการผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำ หรือสถานที่ที่ใช้เป็นที่ทำงานเป็นประจำ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี กรณีที่จำเป็นในการตรวจสอบบัญชี อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีอาจกำหนดให้เก็บรักษาบัญชีไว้เกิน 5 ปีแต่ไม่เกิน 7 ปีก็ได้
การดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายก่อน มีดังนี้
(1) ขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชี
(2) ขออนุญาตเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้นอกสถานที่ประกอบธุรกิจ
(3) แจ้งบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย
การเปลี่ยนแปลงที่บริษัทมหาชนจำกัดต้องไปจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมต่อนายทะเบียน ได้แก่
(1) การเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ว (เพิ่มทุน/ลดทุน)
(2) การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของบริษัท
(3) การเปลี่ยนแปลงดวงตราของบริษัท
(4) การเปลี่ยนแปลงกรรมการเข้า/ออก
(5) การเปลี่ยนแปลงชื่อและจำนวนกรรมการ ซึ่งมีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทและ ข้อจำกัดอำนาจกรรมการ
(6) การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ และ/หรือสำนักงานสาขา
(7) การเปลี่ยนแปลงรายการอื่นๆ ที่เห็นสมควรให้ประชาชนทราบ
การเลิกบริษัทมหาชนจำกัด ต้องไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเช่นกัน โดยดำเนินการตามขั้นตอน หลักเกณฑ์ และวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด จนเสร็จสิ้นการชำระบัญชี และบริษัทมหาชนจำกัด ต้องไปจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนด้วย จึงจะถือว่าบริษัทมหาชนจำกัด นั้นเลิกกิจการตามผลของกฎหมายโดยสมบูรณ์

จดทะเบียนบริษัท

Read more post at จดทะเบียนบริษัทแล้วต้องทำให้ถูกต้อง and ก่อนจดทะเบียนบริษัทต้องศึกษาก่อน.

จดทะเบียนบริษัทเป็นสาขาที่จดทะเบียนบริษัทในทยชั่วคราว

Posted by admin on 25 ส.ค. 2010 | Tagged as: ไม่มีหมวดหมู่

จดทะเบียนบริษัทเป็นสาขาที่จดทะเบียนบริษัทในทยชั่วคราว

กรณีนี้ก็คือ การจดทะเบียนบริษัทประกอบกิจการ ในประเทศไทย ตามนัยมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร โดยการขออนุญาต ประกอบกิจการในไทย ในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ ตามอายุของโครงการ เช่น การสร้างสะพาน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตามสัญญาจ้าง 3 ปี เป็นต้น โดยการส่งลูกจ้าง ผู้ทำการแทน หรือผู้จัดการสาขา เป็นตัวแทนเข้ามาบริหารงาน ของกิจการในประเทศไทย
ในบางกิจการอาจติดข้อจำกัด ของกฎหมายและใบอนุญาต เช่น กรณีของการเปิดสาขา ของธนาคารต่างประเทศ เป็นต้น
ตามหลักกฎหมาย ระหว่างประเทศ การเปิดสาขา หรือขออนุญาต ตั้งสำนักงานชั่วคราวดังกล่าว ก็ยังถือว่า บริษัทต่างประเทศรายนั้นๆ มีสัญชาติ ตามบริษัทแม่ (head office) กรณีนี้จึงสามารถ ใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามข้อบท ในอนุสัญญาภาษีซ้อน ที่ประเทศไทยทำไว้กับบริษัทแม่ได้ เช่น การลดหรือยกเว้นภาษีเงินได้ในบางกรณี ฯลฯ ในทางกลับกัน กรณีก็อาจทำให้ สาขาของบริษัทต่างประเทศ เสียสิทธิในการประกอบกิจการ ในบางประเภทธุรกิจ ที่สงวนไว้แก่คนไทยเช่นกัน
กรณีที่บริษัทต่างประเทศดังกล่าว มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ที่ได้ทำความตกลง ว่าด้วยการยกเว้น การเก็บภาษีซ้อน ไว้กับประเทศไทย (ขณะนี้มี 43 ประเทศ) บางอนุสัญญากำหนดระยะเวลาเข้ามาดำเนินธุรกิจน้อยกว่า 6 เดือน ก็ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิที่ได้รับจากการประกอบกิจการ ในไทย ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเลือกรูปแบบองค์กร เพื่อวางแผนประหยัดภาษีได้เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น บริษัทต่างประเทศ เข้ามาตั้งสาขา ประกอบธุรกิจในไทย โดยบริษัทแม่ในต่างประเทศ นำเงินมาลงทุน ถือหุ้นในบริษัทไทยแห่งหนึ่ง เมื่อบริษัทแม่ ได้รับเงินปันผล จากการถือหุ้นดังกล่าว กรมสรรพากร ได้วางแนวปฏิบัติ ว่าไม่ต้องนำเงินปันผลดังกล่าว มารวมในการคำนวณ กำไรสุทธิของสาขาในไทย คงมีภาระเพียงถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตรา 10% เท่านั้น (ถือเป็น final tax)

จดทะเบียนบริษัท

Read more post at เปิดเป็นสาขา หรือสำนักงานชั่วคราวในไทยโดยจดทะเบียนบริษัท.

จดทะเบียนบริษัทขึ้นมาเพื่อปักหลักอยู่ยาวนานจดทะเบีนยบริษัทใหม่เพื่อตั้งถิ่นฐานอยู่นานๆ

Posted by admin on 25 ส.ค. 2010 | Tagged as: ไม่มีหมวดหมู่

จดทะเบียนบริษัทขึ้นมาเพื่อปักหลักอยู่ยาวนานจดทะเบีนยบริษัทใหม่เพื่อตั้งถิ่นฐานอยู่นานๆ

การจดทะเบียนบริษัท จัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ แนวทางนี้ จะเสมือนเป็นการจดทะเบียนบริษัท เข้ามาปักรากปักฐานอยู่นาน
ตัวอย่างเช่น จดทะเบียนบริษัท บริษัท ยูโนแคล (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับสัมปทานขุดเจาะสำรวจ และผลิตปิโตรเลียม ในอ่าวไทยเป็นเวลา 30 ปี
บริษัท โตโยต้า (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาตั้งฐาน การผลิตรถยนต์ที่ กบินทร์บุรี เพื่อส่งออกและจำหน่าย ในประเทศไทย เป็นต้น
การเลือกตัดสินใจ ลงทุนในระยะยาว ในประเทศใด ประเทศหนึ่ง เช่นนี้ มีเหตุผลปัจจัย หลายประการ อาทิ เสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างพื้นฐาน ที่เอื้อต่อการลงทุน อัตราค่าจ้างแรงงาน การควบคุมการไหลเข้าออก ของเงินตราต่างประเทศ และภาระภาษีอากร เป็นต้น
กล่าวในแง่ของภาษีอากร ข้อดีของการจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ จะมีผลให้บริษัทใหม่ มีสถานะเป็น คนละหน่วยภาษี (tax entity) กับบริษัทแม่ ในต่างประเทศ ดังนั้น รายจ่ายต่างๆ ที่บริษัทแม่ในต่างประเทศ เรียกเก็บจากบริษัทในเครือ ในประเทศไทย จึงสามารถนำมาหัก เป็นรายจ่ายในประเทศไทย ได้ทั้งจำนวน ทำให้กำไรสุทธิ ในไทยลดลง และเสียภาษีเงินได้ นิติบุคคลต่ำลง เช่นกัน
ตัวอย่างของรายจ่าย ที่คัดมาจากสำนักงานใหญ่ ได้แก่ ค่าที่ปรึกษาทางเทคนิค ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม เงินเดือนค่าจ้าง ของผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ที่ถูกส่งเข้ามาช่วยเหลือ หรือช่วยปฏิบัติงานต่างๆ ในประเทศไทย เป็นต้น กรณีดังกล่าว จึงเป็นช่องทางหนึ่ง ที่ใช้เป็นเครื่องมือ ในการถ่ายโอนกำไร ออกจากประเทศไทย โดยปลอดจากภาระภาษี โดยเฉพาะในกรณีที่อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เหลื่อมล้ำกันของทั้ง 2 ประเทศคู่ค้า
แต่ข้อเสียของรูปแบบองค์กรใ นลักษณะนี้ก็คือ จะต้องมีการชำระบัญชี เมื่อเลิกกิจการ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุ ให้ถูกออกหมายเรียก ทำการตรวจสอบภาษีได้ ซึ่งหลายบริษัท ต้องน้ำตาตก ในการถูกปรับภาษีเพิ่มเติม ในตอนจบนี่แหละ!

จดทะเบียนบริษัท

For more content, please visit อยู่ยาวนานจึงจดทะเบียนบริษัทขึ้นมา and จดทะเบียนบริษัทใหม่ทำงานนานและจะอยู่ยาวนาน.

« Prev - Next»