ทำบัญชีรายเดือน

Posted by user on 17 มี.ค. 2010 | Tagged as: ไม่มีหมวดหมู่

บริการ “ทำบัญชีรายเดือน” ของเราประกอบด้วย
จัดทำรายงานภาษีซื้อ – ขาย คำนวณแบบ ภ.พ.30 ยื่นแบบแสดงรายการต่อกรมสรรพากร
จัดทำบัญชีภาษี ภ.ง.ด.1,3,53 พร้อมยื่นแบบแสดงรายการต่อกรมสรรพากร
จัดทำบัญชีสมุดรายรับ – จ่าย สมุดรายวันซื้อ – ขาย สมุดรายวันทั่วไป ฯลฯ
จัดทำเงินเดือนและนำส่งเงินประกันสังคม

ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

Posted by user on 17 มี.ค. 2010 | Tagged as: ไม่มีหมวดหมู่

คุณสมบัติของผู้ทำบัญชีนั้นถูกกำหนดตามขนาดของธุรกิจ โดยผู้ทำบัญชีให้กับห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีวุฒิไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา หรือ ปวส.ทางการบัญชี ส่วนผู้ทำบัญชีให้กับห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่มีขนาดใหญ่ ต้องมีคุณวุฒิปริญญาตรีทางการบัญชีขึ้นไป หรือเทียบเท่า

ผู้ทำบัญชี คือใคร?

Posted by user on 17 มี.ค. 2010 | Tagged as: ไม่มีหมวดหมู่

ผู้ทำบัญชี คือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้ประกอบการธุรกิจ ให้เป็นผู้รับผิดชอบในการทำบัญชีของกิจการแห่งหนึ่ง กฎหมายกำหนดให้กิจการหนึ่งแห่งจะต้องมีผู้ทำบัญชี 1 คน ซึ่งอาจเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี สมุห์บัญชี หัวหน้าแผนกบัญชี หรือผู้รับจ้างทำบัญชีอิสระ ก็ได้ ทั้งนี้ผู้ทำบัญชีหนึ่งคนจะรับทำบัญชีได้ไม่เกินปีละ 100 แห่งพื้นที่

หน้าที่ของผู้ทำบัญชี

Posted by user on 17 มี.ค. 2010 | Tagged as: ไม่มีหมวดหมู่

- จัดทำบัญชีเพื่อให้แสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงินหรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของ “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” ที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการบัญชีโดยมีเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วน (ม.20)
- ลงรายการบัญชีเป็นภาษาไทย หากลงรายการเป็นภาษาต่างประเทศให้มีภาษาไทยกำกับ หรือลงรายการเป็นรหัสบัญชีให้มีคู่มือคำแปลรหัสบัญชีที่เป็นภาษาไทยไว้ (ม.21(1))
- เขียนด้วยหมึก ดีดพิมพ์ หรือตีพิมพ์ หรือทำด้วยวิธีอื่นใดที่ได้ผลในทำนองเดียวกัน (ม.21(2))
คุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้ทำบัญชี
คุณสมบัติทั่วไป
- มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
- มีความรู้ภาษาไทยเพียงพอที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ทำบัญชีได้
- ไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีหรือกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี หรือกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ตามขนาดธุรกิจที่กำหนดแต่ละกลุ่ม
คุณวุฒิการศึกษา
- ปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่า ทำบัญชีได้ทุกธุรกิจ
- ประกาศนียบัตรวิชาชีพบัญชีชั้นสูง(การบัญชี) หรืออนุปริญญา(บัญชี) สำหรับบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มี
– ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท
– รายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท
– สินทรัพย์รวม ไม่เกิน 30 ล้านบาท
- สำหรับบุคคลธรรมดา หากเจ้าของกิจการจัดทำบัญชีเองไม่กำหนดคุณวุฒิการศึกษา แต่ถ้าจ้างบุคคลอื่นจัดทำบัญชีให้ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณวุฒิการศึกษาตามที่กำหนด
เงื่อนไข
-แจ้งรายละเอียดตามแบบ ส.บช.5 หรือ ส.บช.6 ภายใน 60 วัน นับจาก
– วันเริ่มทำบัญชี
– วันที่มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับผู้ทำบัญชี
- เข้าอบรมความรู้เกี่ยวกับบัญชี ตามที่กำหนด
- ต้องรับทำบัญชีใม่เกิน 100 รายหากเกินจะต้องมีผู้ช่วยที่มีคุณวุฒิเพิ่มอีก 1 คน ทุก 100 รายที่เพิ่ม (เศษของ 100 ถ้าเกิน 50 ให้นับเป็น 100) ตามประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่องกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ.2543 ข้อ7(3)
การแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี
ผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตาม ม.7(6) แห่ง พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ.2543 ต้องแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีที่สำนักกำกับดูแลธุรกิจหรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด ตามที่อยู่หรือสถานที่ทำงานของผู้แจ้งเพียงแห่งเดียว ตามแบบ ส.บช.5 พร้อมหลักฐาน ภายใน 60 วันนับแต่วันที่เริ่มทำบัญชี
การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้ทำบัญชีและการแจ้งการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพในทุกรอบสามปี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดบริการให้ผู้ทำบัญชีสามารถแจ้งเพิ่ม ยกเลิกธุรกิจที่รับทำบัญชี และแจ้งการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพในทุกรอบสามปีทาง Internet ได้ด้วยตนเองซึ่งจะทำให้ผู้ทำบัญชีไม่ต้องส่งแบบแจ้งเพิ่ม ยกเลิกธุรกิจที่รับทำบัญชี และแบบแจ้งการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพจะช่วยให้เกิดความสะดวกมากขึ้น โดยผู้ทำบัญชีต้องกรอกข้อมูลในแบบแจ้งความประสงค์ฯ เพื่อรับหมายเลขผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password) กับกรมพัฒนาธุรกิจ- การค้าก่อน ซึ่งท่านสามารถพิมพ์แบบแจ้งความประสงค์ฯ ได้โดยเข้าไปที่ www.dbd.go.th เลือกบริการกรม เลือกงานบัญชีและสอบบัญชีบัญชี เลือกแบบพิมพ์ตามพระราชบัญญัติการบัญชีและจัดส่งแบบแจ้งความประสงค์ไปที่ สำนักกำกับดูแลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เลขที่ 44/100 ถนนนนทบุรี1 ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 (งานกำกับผู้ทำบัญชี) จึงจะสามารถดำเนินการได้
การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้ทำบัญชีในกรณีอื่น เช่น การแจ้งเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล เปลี่ยนคุณวุฒิการศึกษา ฯลฯ ให้ผู้ทำบัญชีแจ้งเป็นเอกสารตามแบบส.บช.6 โดยแนบเอกสารสำคัญ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องตามหลักเกณฑ์เดิมที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้ทำบัญชีต้องแจ้งภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพทุกรอบสามปี
ผู้ทำบัญชีต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพในทุกรอบสามปี โดยในแต่ละรอบต้องมีจำนวนชั่วโมงไม่น้อยกว่า 27 ชั่วโมงและต้องเป็นกิจกรรมที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมงซึ่งในแต่ละปีผู้ทำบัญชีจะต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงและการนับจำนวนชั่วโมงทุกรอบระยะเวลาสามปีให้นับตามปีปฏิทิน โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2548เป็นต้นไป ในกรณีที่ผู้ทำบัญชีแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีต่ออธิบดี หลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2548 ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ของปีถัดจากปีที่ผู้ทำบัญชีแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีเป็นต้นไป ทั้งนี้ ในรอบระยะเวลา แรกผู้ทำบัญชีสามารถนำชั่วโมงที่เข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ ตั้งแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ หรือตั้งแต่วันที่แจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีต่ออธิบดีภายหลังวันที่ 10 สิงหาคม 2547 แล้วแต่กรณี ไปนับรวมกับชั่วโมงในรอบระยะเวลาแรกได้
การแจ้งรายละเอียดการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี ให้ผู้ทำบัญชีแจ้งภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของทุกปี โดยผู้ทำบัญชีต้องจัดเก็บหลักฐานการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพบัญชีไว้กับตนเองเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของวันที่สิ้นสุดการอบรม
การสมัครเป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี
ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ.2547 มาตรา 44 ได้กำหนดว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพเป็นผู้ทำบัญชี เว้นแต่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี หรือ ขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชี” ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
ผู้ทำบัญชีต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ขึ้นอยู่กับคุณวุฒิการศึกษาหากสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีจะมีสิทธิที่จะเข้าประชุมสภาวิชาชีพบัญชี มีสิทธิเลือกนายกสภาวิชาชีพบัญชี มีสิทธิรับเลือกตั้ง และรับแต่งตั้ง แต่การขึ้นทะเบียน ผู้ทำบัญชีจะไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว ดังกล่าว ผู้ทำบัญชีสามารถติดต่อกับสภาวิชาชีพบัญชีได้ที่ fap.or.th โทรศัพท์ 026688071-4,026688535-8

การจัดทำบัญชี

Posted by user on 17 มี.ค. 2010 | Tagged as: ไม่มีหมวดหมู่

บัญชีที่ต้องจัดทำ
1. บุคคลธรรมดา หรือห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจ เป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้มีไว้เพื่อจำหน่าย ผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือผู้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าประเภทแถบเสียง แถบวีดีทัศน์และแผ่นซีดี ต้องจัดทำบัญชีสินค้า นับแต่วันที่เริ่มต้นประกอบกิจการ
2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบกิจการในในประเทศไทย และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ต้องจัดทำบัญชี ดังต่อไปนี้
2.1 บัญชีรายวัน
(1) บัญชีเงินสด
(2) บัญชีธนาคาร แยกเป็นแต่ละเลขที่บัญชีธนาคาร
(3) บัญชีรายวันซื้อ
(4) บัญชีรายวันขาย
(5) บัญชีรายวันทั่วไป
2.2 บัญชีแยกประเภท
(1) บัญชีแยกประเภท สินทรัพย์ หนี้สินและทุน
(2) บัญชีแยกประเภทรายได้และรายจ่าย
(3) บัญชีแยกประเภทลูกหนี้
(4) บัญชีแยกประเภทเจ้าหนี้
3. บัญชีสินค้า
4. บัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภทอื่นและบัญชีแยกประเภทย่อยตามความจำเป็นแก่การทำบัญชีของธุรกิจ
ข้อปฏิบัติในการลงรายการในบัญชี
1. ลงรายการในบัญชีเป็นภาษาไทย หรือจะลงเป็นภาษาต่างประเทศก็ได้ แต่ต้องมีภาษาไทยกำกับหรือจะลงรายการเป็นรหัสบัญชีก็ได้แต่ต้องมีคู่มือคำแปลรหัสที่เป็นภาษาไทยไว้
2. ต้องลงรายการในบัญชีด้วยหมึก หรือดีดพิมพ์ หรือตีพิมพ์ หรือวิธีอื่นใดที่ให้ผลทำนองเดียวกัน
3. ต้องมีเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีที่สามารถแสดงความถูกต้องและครบถ้วนของรายการบัญชีและเป็นที่เชื่อถือได้
4. รายการในบัญชีที่เป็นจำนวนเงินต้องเป็นหน่วยเงินตราไทย
เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี
เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี หมายถึง บันทึก หนังสือ หรือ เอกสารใดๆ ที่ใช้เป็นหลักฐานในการลงรายการในบัญชี แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยบุคคลภายนอก
2. เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเพื่อออกให้แก่บุคคลภายนอก
3. เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเพื่อใช้ในกิจการของตนเองทั้งนี้เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีทุกประเภทต้องมีข้อความและรายการตามที่กำหนด
การลงรายการในบัญชีรายวันและบัญชีสินค้าต้อง
1. มีเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีทุกรายการและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีนั้นต้องสามารถแสดงความถูกต้องครบถ้วนของรายการบัญชีทุกรายการตามความเป็นจริงและเป็นที่เชื่อถือได้
2. ใช้เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีในลำดับที่ 1 หรือ 2 แล้วแต่กรณีก่อน เว้นแต่ไม่มีเอกสารดังกล่าวจึงให้ใช้เอกสารในลำดับที่ 3

« Prev - Next»